ลำไส้อักเสบจุดเริ่มต้นมะเร็ง แต่สยบได้ด้วยสมุนไพรไทย

พฤติกรรมของผู้คนในปัจจุบันเปลี่ยนไปทั้งการรับประทานอาหาร การพักผ่อน และการใช้ชีวิตในส่วนต่าง ๆ จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถที่จะรับสภาพที่เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงได้ไหว ซึ่งคนทำงานในปัจจุบันจะเน้นการทานอาหารแบบข้าวจานและแกงถุง ที่ไม่ได้เลือกว่ามีประโยชน์ให้พลังงานแก่ร่างกายหรือไม่ เน้นเลือกตามความชอบ จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องไขมันสะสม จนทำให้บางคนมีน้ำหนักตัวที่พุ่งพรวด และการทำงานที่ต้องทุ่มเทจนรู้สึกเครียด วิตกกังวล และเหนื่อยเพลียในการโหมงานหนัก พักผ่อนน้อย นอนดึกตื่นเช้า ก็ยิ่งไปเร่งให้ร่างกายมีปัญหา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้พาโรคร้ายที่น่ากลัวมาอย่างลำไส้อักเสบ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่มะเร็งลำไส้ และถ้ายังคงทำพฤติกรรมแบบเดิม ๆ ก็บอกได้แค่ว่าต้องเตรียมงานศพไว้ให้ตัวเองได้เลย

การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานอาหารที่รสจัดมากจนเกินไปเป็นประจำ และคนที่พักผ่อนน้อย จะทำให้เสี่ยงต่อระบบการย่อยี่ผิดเพี้ยน และถ้ามีประวัติการรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารฟาสต์ฟู้ดบ่อยครั้ง ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้แบบไม่รู้ตัว และการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันก็อาจจะทำให้ดีขึ้นไปจนถึงขั้นหายจากโรค แต่สิ่งที่ควรทำควบคู่ไปกับการรักษาด้วยแผนใหม่ ก็คือการดีท็อกซ์ตัวเองด้วยสมุนไพร ที่จะช่วยขับเอาคราบไขมันที่เกาะลึกตามผนังลำไส้หลุดลอกออกไป พร้อมเข้าช่วยฟื้นฟูระบบอวัยวะภายในให้ทำงานดีขึ้น และพร้อมที่จะดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ทำให้ทุกเซลล์ภายในร่างกายทำงานดีขึ้นและพร้อมที่จะต่อต้านเชื้อมะเร็งที่ซ่อนอยู่ได้อย่างดีที่สุด ซึ่งสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการมะเร็ง คือ

  • ไมยราบเป็นวัชพืชที่สามารถหาได้จากทุกภาคทั่วประเทศ มีดอกที่สวยงาม และมีเอกลักษณ์ที่เมื่อไปโดนถูกใบ ใบของไมยราบก็จะหุบทันที มีสรรพคุณที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร บำรุงกระเพราะและช่วยลดความเครียดลงได้ดีอีกด้วย
  • มะรุม สามารถที่จะนำเอามาทำสมุนไพรได้ทั้งต้น เพราะมีประโยชน์ในการรักษาสูงและหลากหลายมาก เป็นแหล่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุให้ลังงานได้ดี เสริมสร้างการทำงานของภูมิคุ้มกัน ให้สามารถต้านเชื้อโรคได้ดีกว่าเดิม
  • กระเจี๊ยบสามารถที่จะนำเอามารับประทานเป็นยาได้ทั้งต้น นำเอาเป็นเครื่องเคียงในการทานน้ำพริกก็แสนจะอร่อยก็จะช่วยรักษาอาการโรคกระเพราะอักเสบ ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ พร้อมด้วยการเป็นยาบำรุงสมองชั้นดีอีกด้วย
  • มะขามป้อมที่ขึ้นชื่อเรื่องการระงับอาการอและมีเสมหะได้ดี แต่กลับช่วยในเรื่องของของการต้านสารอนุมูลอิสระ ทำให้สดชื่นในยามเช้า ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดต่าง ๆ และช่วยรักษาระบบการขับถ่ายให้เป็นไปตามปกติ ไม่ทำให้ท้องผูก รักษาแผลในกระเพราะอาหารและลำไส้ได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ฟักทองพืชที่มีรสชาติดี สามารถนำเอามาเป็นส่วนผสมสำคัญได้อย่างดีที่สุด ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยย่อย ขับลม และรักษาแผลในกระเพราะอาหารได้ดี พร้อมช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของลำไส้อีกด้วย

ลำไส้และกระเพราะอาหารเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลำเลียงและจัดการเรื่องสารอาหาร พร้อมส่งต่อไปใช้งานในด้านต่าง ๆ ของระบบอวัยวะภายใน แต่เมื่อใดที่ทั้ง 2 ส่วนนี้เกิดปัญหา อวัยวะอื่น ๆ ก็พลอยมีปัญหาตาไปด้วย จึงควรที่จะดูแลรักษาให้ดี รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และออกกำลังกายควบคู่ และใช้สมุนไพรไทยเสริมการรักษา เพื่อให้การระงับโรคหรือป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

https://xdojin.com/

มารักษาอาการปวดหลังที่คอยรบกวนจิตใจและสุขภาพกันเถอะ !!

อาการปวดหลังหากเกิดกับใครก็ตาม คุณจะกลายเป็นคนขี้เกียจไปโดยปริยาย เหมือนที่คนแก่สมัยก่อนๆได้พูดเอาไว้ว่า ขี้เกียจสันหลังยาว คงหมายถึงคนที่มีสันหลังยาวๆจะยิ่งขี้เกียจ อาจเพราะสรีระที่เห็นโย่งๆ ยาวๆ เคลื่อนไหวก็ช้า ทำอะไรก็ดูจะช้าไปหมด เก้ๆกังๆ แต่แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป

เมื่อเจอปัญหาแล้วเราก็แก้ไขกัน ปกติแล้วก็จะใช้หนามยอกหนามบ่งกันนี่แหละครับ เริ่มที่ การใช้ชีวิตประจำวัน หากคุณต้องนั่งนานๆก็แก้ไขท่านั่ง และระยะเวลาในการนั่งซะ ก็จะหายปวดหลังได้เอง แต่ถ้ายังไม่หายปวด ก็ควรดูที่ท่านอน การนอนที่ไม่ซับพอร์ทแผ่นหลังหรือกระดูกสันหลังนั้นก็จะทำให้เราปวดหลังได้ ไม่เพียงไม่ซ่อมแซมร่างกาย แต่จะทำให้ปวดหลังทั้งวันในขณะทำงานหรือกิจกรรมเลยทีเดียว ถ้าเป็นบ่อยๆก็จะสะสมทำให้กลายเป็นปวดหลังเรื้อรังได้ และถ้ากิจกรรมการออกกำลังกายของคุณไม่สอดคล้องกับร่างกายที่ยังปวดหลังอยู่ ก็ควรงดเล่นกีฬาประเภท โบว์ลิ่ง เทนนิส กอล์ฟ ยกน้ำหนัก อะไรที่ต้องยกของหนักๆก็งดไว้ก่อน ให้ไปเล่นกีฬาที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวมากๆจะดีกว่า เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และถ้าอยากหายไวๆแนะนำให้ไปนวดที่ร้าน โดยเลือดนวดฝ่าเท้า และนวดผ่อนหลายกล้ามเนื้อหลังก็เพียงพอแล้วครับ นอกจากนี้ให้ควบคุมเรื่องอาหารด้วย อย่าเน้นพวกเนื้อสัตว์และ โปรตีนสูงๆ แต่ให้เลือกทานผลไม้มากๆ และรับประทานวิตามินและอาหารเสริมด้วย เช่นพวก a multi – mineral supplement ที่มี วิตามิน A, B complex, C, D และ E ด้วย

สรุปการปวดหลังนั้นส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากการที่เราดูแลตัวเองไม่ดีพอและทำในสิ่งที่ผิดธรรมชาติของร่างกายเรา ก็ให้ทำตามที่แนะนำไปก็จะหายปวดหลังกันแน่นอนครับผม

4 วิธีวิ่งอย่างไร ห่างไกลไขมัน

        การวิ่งนับเป็นวิธีการออกกำลังกาย ที่ช่วยทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีผลดีต่อสุขภาพอย่างมหาศาล แถมยังเป็นวิธีการขจัดไขมันที่ได้ผลที่สุด เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายอย่างอื่น แถมยังใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องมีอุปกรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น และไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน ทางด้านการออกกำลังกายเลย เรามีเทคนิคดี ๆ เกี่ยวกับการวิ่ง ที่จะทำให้ร่างกายของคุณ ขจัดไขมันได้มากขึ้นทำให้หุ่นผอมเพรียวรวดเร็วยิ่งขึ้น

fatrun4

  1. วิ่งด้วยระยะทางที่ไกลกว่าเดิม การวิ่งให้ไกลกว่าเดิมนั้น ทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานมากขึ้น ช่วยทำให้ร่างกายขจัดไขมันส่วนเกินได้มากขึ้น แถมยังเป็นการเพิ่มความท้าทายให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมากกว่าเดิม แถมยังทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และควรวิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอจะดีกับร่างกายมากกว่า แต่มีข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ไม่ควรวิ่งนานจนเกินไป ระยะเวลาที่เหมาะสมคือ 15 – 20 นาที สำหรับการเริ่มต้นหรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หากวิ่งเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าได้
  2. วิ่งโดยการยกเข่า สูง ๆ การยกเข่าสูง ๆ เวลาวิ่ง จะทำให้ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อในการทรงตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานมากขึ้นนั้นเอง และมันยังเป็นเหมือนกับการออกกำลังกายหน้าท้องในเวลาเดียวกัน ข้อดีของมันก็คือ ทำให้ผอมเพรียวเร็วกว่าเดิม แถมยังได้หน้าท้องที่แบนราบมาเป็นของแถม
  3. วิ่งก่อนทานอาหาร สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ย่อมเลือกที่จะวิ่งก่อนรับประทานอาหารอยู่แล้ว เพราะร่างกายอยู่ในช่วงที่ท้องกำลังว่าง ดังนั้นมันจะและพลังงานส่วนเกิน และไขมันที่ถูกเก็บสะสม มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการวิ่ง ทำให้การขจัดไขมันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจากการศึกษาของนักวิจัยหลาย ๆ กลุ่ม ก็ได้เห็นพ้องต้องกันว่า การวิ่งก่อนทานอาหารนั้น ช่วยลดไขมันได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ และยังช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้ดีอีกด้วย การวิ่งก่อนรับประทานอาหารเช้าจะให้ผลดีที่สุด
  4. วิ่งสลับพัก เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันที่ดียิ่งขึ้น จากการศึกษาวิจัยของประเทศญี่ปุ่น โดยให้แบ่งการวิ่งเป็น 2 ช่วงนั้น เช่น วิ่ง 30 นาที แล้วพัก 20 นาที แล้วจึงวิ่งอีก 30 นาที โดยให้แบ่งช่วงการวิ่งช่วงแรก กับช่วยหลังให้เท่า ๆ กัน

 

เราทราบกันมานานแล้วว่าการวิ่งนั้นดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก แถมยังช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการวิ่งบ่อย ๆ และวิ่งทุกวัน จะทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายเป็นไปด้วยดี แต่การหยุดพักวิ่งบ้างก็จะทำให้ร่างกายไม่เครียดจนเกินไป แถมยังป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้

 

เทคนิคการดูแลเสื้อผ้าที่จะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น !!

เคยเดินผ่านใครแล้วได้กลิ่นหอมๆแบบที่เค้าไม่ได้ใส่น้ำหอมมั้ยครับ ส่วนนึงนั้นมาจากเสื้อผ้าที่เค้าใส่นะครับ มันมีเสน่ห์ใช่มั้ยล่ะ และการดูแลเสื้อผ้าก็ยังทำให้คุณดูดีในสายตาคนอื่นตลอดเวลาด้วยครับ เสื้อผ้าที่เรียบ สะอาด มีกลิ่นหอม และสีสันสดใสไม่ซีดหมอง เป็นอะไรที่น่าหลงไหลเป็นอย่างยิ่งเชียวล่ะ

1.วิธีดูแลเสื้อกันหนาวหรือผ้าขนสัตว์ชนิดต่างๆ มีวิธีที่จะทำให้ขนสัตว์ที่เอามาทำเสื้อนั้นไม่หลุดร่วงด้วยนะครับ โดยการนำเสื้อขนสัตว์นั้นมาใส่ถุงพลาสติกแล้วปิดให้ดี นำไปแช่ช่องฟิตตู้เย็น 1 คืน แล้วนำออกมาใส่ จะทำให้ขนสัตว์ไม่หลุดร่วงอีกต่อไป

2.วิธีดูแลกางเกงยีนไม่ให้ซีด และกำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วย ด้วยวิธีแช่แข็งในช่องฟิตอีกเช่นกัน โดยการนำกางเกงยีนนั้นมาใส่ถุงพลาสติกแล้วปิดให้ดี นำไปแช่ช่องฟิตตู้เย็น 1 คืน แล้วนำออกมาใส่ ก็จะทำให้ไม่มีกลิ่น และทำให้สีสันสดใสไม่ซีดจากการซักด้วยครับ (ไม่แปลกใจเลยว่าคนเมืองหนาวถึงสะอาดกันนัก)

3.วิธีจัดการกับคราบใต้รักแร้เสื้อที่ดำและหม่นหมอง โดยการนำมะนาวผสมกับเบคกิ้งโซดาแล้วนำมาป้ายตรงบริเวณที่มีคราบเหงื่อเสื้อผ้าตรงใต้รักแร้นั้น ทิ้งไว้แค่เพียงสักครู่ก็จะทำให้รอยนั้นหายไป

4.วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในรองเท้า โดยการใช้  เบคกิ้งโซดา เทลงไปนิดหน่อย ทิ้งใว้อย่างนั้น กลิ่นเหม็นอับจะจางหายไปเอง

5.วิธีกำจัดกลิ่นของเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้ ด้วยวิธีการพรมวอดกา เพราะแอลกอฮอล์ช่วยให้กลิ่นจางหายไปได้

6.วิธีกำจัดคราบครีมรองพื้นเปื้อนเสื้อผ้า ด้วยการใช้ครีมโกนหนวด โดยการป้ายครีมโกนหนวดทิ้งไว้ซักครู่แล้วนำไปซักตามปกติ คราบจะหายไปทันที

7.วิธีกำจัดรอยลิบสติกที่ติดเสื้อผ้า ด้วยการใช้แฮร์สเปรย์ฉีดลงบนรอยคราบเปื้อน ทิ้งไว้ซักครู่แล้วนำไปซักตามปกติได้เลยครับ

8.วิธีกำจัดคราบเปื้อนบนรองเท้าหนัง ด้วยการใช้น้ำส้มสายชู วิธีคือเอาแปรงสีฟันจุ่มน้ำส้มสายชูและค่อยๆแปรงออกคราบสกปรกก็จะออกอย่างง่ายดายครับ

9.วิธีกำจัดรอยขีดข่วนบนรองเท้าหนังเทียม ด้วยการใช้วาสลีน วิธีทำคือใช้สำลีหรือคัทตันบัทชุบวาสลีนและทาเบาๆที่รอยเปื้อนนั้น คราบจะค่อยจางไปเอง

10.วิธีทำให้รองเท้าหนังแก้วใสวิ้ง ใช้น้ำยาเช็ดกระจกชุบผ้าขนหนูเบาๆแล้วเช็ดก็ใสวิ๊งแล้วครับ

11.วิธีขจัดคราบไวน์แดงที่เปื้อนบนเสื้อผ้า ใช้ไวน์ขาวทาทิ้งใว้ซักครู่แล้วนำไปซักได้เลยครับ

12.วิธีขจัดคราบน้ำมันที่เปื้อนบนเสื้อผ้า ใช้น้ำยาล้างจานทาที่คราบนั้นแล้วนำไปซักได้เลยครับ

13.วิธีทำให้ด้ายที่รุ่ยออกมาหายไป แค่ขยับดึงเข้าออก ด้ายที่รุ่ยออกมาก็จะกลับเข้าไปดังเดิม

14.หยุดไม่ให้ถุงน่องที่ขาดเล็กน้อย ขาดเพิ่มไปอีกในเวลาสำคัญ ใช้น้ำยาทาเล็บแต้มไว้ มันจะคงอยู่ได้อีกนานเชียวล่ะ

15.ซิบที่รูดยากวิธีแก้ก็คือ ใช้วาสลีนมาลูบที่บริเวณซิบก็จะช่วยให้ลื่นแล้วครับ

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับเทคนิคเคล็ดลับที่สามารถหาได้รอบตัวคุณมาใช้แก้ปัญหาเสื้อผ้าของคุณได้แทบทุกคราบ ลองนำมาใช้กันดูครับ จะได้มีเสื้อผ้าดีๆใส่ เก่าก็เหมือนใหม่เชียวล่ะ

อาการปวดหลังเมื่อนั่งหน้าคอมนานๆ

เป็นกันบ้างมั้ยครับ กับอาการปวดหลังเมื่อคุณนั่งทำงานหน้าคอมนานๆ มันทรมานไม่น้อยเลยทีเดียว ปวดหลังลามไปถึงไหล่ปวดไปเรื่อยๆจนถึงกระบอกตา มีปัญหาร้ายแรงตามมาทำให้ทำงานได้ไม่นาน วันนี้ผมมีวิธีมาช่วยให้ปัญหานั้นหมดไป ลองมาดูกันครับ

11-30

วิธีแก้ปัญหาที่จะทำให้คุณหายปวดหลังไปตลอดกาล

1.เก้าอี้ หรือ ที่นั่งที่คุณต้องนั่งนานๆกันก่อน ใช่แล้วครับ แก้ปัญหาต้องหาที่ต้นเหตุกันก่อน ในเมื่อคุณนั่งแล้วปวดหลัง ก็โทษสิ่งของก่อนดีกว่า นั่งอะไรทำไมปวดหลัง พอมาดูเก้าอี้ที่คุณใช้นั่ง ก็พบบางอ้อว่า “เก้าอี้ของคุณ ไม่เข้ากับสรีระของคุณ”

2.เมื่อรู้ต้นเหตุแล้ว เราก็แก้กันที่ต้นเหตุ โดยการเลี่ยงไม่ให้พบเจอกับปัญหา นั่นคือ เก้าอี้ของคุณเป็นเก้าอี้แบบสปริงเอนได้รึป่าว ถ้าใช่ มันใช้ในการนั่งระยะยาวได้ไม่ดีครับ “เก้าอี้ที่ดีต้องรับหมอนรองกระดูกของเราได้พอดีตลอดเวลา”

3.ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดีโดยที่คุณไม่ต้องย่อตัว หรือ ยืดตัวบ่อยๆในการทำงาน นั่นคือระดับสายตาครับ

4.คุณต้องใช้แขนในการเลื่อนเมาส์บ่อยที่สุด ฉะนั้นมันควรอยู่ในตำแหน่งที่ถนัดที่สุด ถ้าเป็นไปได้ใช้แบบไร้สาย จะทำให้งานคุณไหลลื่นขึ้นเยอะ

5.ใน 1 ชม. คุณควรแบ่งเวลาลุกไปดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ ไปถามงานกับเพื่อน หรือทำอย่างอื่นบ้างซัก 5 นาที ไม่ควรนั่งนานจนเกินไปนัก ถ้าไม่รู้ว่าควรจะลุกตอนไหน แนะนำให้ตั้งนาฬิกาเตือนที่มือถือก็ได้ครับ เดี๋ยวนี้มี app นี้กันทุกเครื่องแล้ว ทุกรุ่นแล้วครับ

6.การถ่ายน้ำหนักก้นขณะนั่งนั้นสำคัญ ควรถ่ายเทน้ำหนักให้ก้นนั้นลงเต็มก้น จะทำให้ไม่หนักส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไปนะครับ และจะทำให้นั่งได้นานแบบไม่ปวดเมื่อย

7.ควรมีการยืดเส้นยืดสายบ้างในขณะที่นั่งทำงานนานๆหลายชั่วโมงเช่น การยืดแขน ยืดขา บิดขี้เกียจบ้างก็ได้

อันนี้เป็นคำสั่งแพทย์ที่เมื่อคุณปวดหลังแบบนี้แล้วเค้าจะให้วิธีแบบนี้มาให้เพื่อใช้แก้ไขเบื้องต้นครับ จริงๆแล้วมันได้ผลกับทุกคน และก็ทำให้หายปวดหลังได้แน่นอน เราควรปฎิบัติตามอย่างมีวินัย แค่นี้ก็ไม่ปวดหลังเรื้อรังอีกแล้วครับ

Source : https://xxxpen.com/4836/